ประกันรถยนต์ชั้น 1
คุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี

ราคาเริ่มต้นเพียง 7,100 บาท
ประหยัดสูงสุดถึง 70%

ประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก Asia Direct Broker

ทำสีรถทั้งคัน หรือเฉพาะจุดดีกว่า? แล้วสีรถสามารถเคลมประกันได้หรือไม่

การเลือกทำสีรถนั้นโดยทั่วไปแล้วมักเกิดขึ้นได้ 2 กรณี จะเป็นการทำสีเพื่อความสวยงาม กับการซ่อมแซมร่องรอยที่เกิดขึ้นบนตัวรถ แต่แล้วหลายคนมักเกิดคำถามพร้อมความกังวลขึ้นมา ว่าถ้าเกิดต้องซ่อมสีขึ้นมาจริง เราควรเลือกทำสีรถเฉพาะจุด หรือเลือกทำทั้งคันเพื่อความสม่ำเสมอเลยดี วันนี้ เอเชียไดเร็ค ได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการทำสีรถมาให้อย่างครบถ้วนโดยละเอียด ซึ่งจะช่วยให้คุณค้นพบคำตอบถึงความเหมาะสม รวมถึงข้อมูลความรู้อื่น ๆ เกี่ยวกับการทำสีรถอีกด้วย สามารถเลื่อนลงไปอ่านหัวข้อด้านล่างและหาคำตอบที่ต้องการได้เลยทันที

ทำสีรถทั้งคันกับทำสีรถเฉพาะจุดต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่างการทำสีรถเฉพาะจุด กับการทำสีรถทั้งคัน คือ เรื่องค่าใช้จ่ายการทำสี กับความต้องการหลักของการทำสี โดยรายละเอียดของทั้ง 2 รูปแบบจะมีเพิ่มเติมดังลิสต์รายการต่อไปนี้

  • ทำสีรถทั้งคัน มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เพราะช่างทำสีรถต้องลอกสีเก่าออกทั้งหมด และผสมสีใหม่เพื่อให้เป็นสีเดียวกันทั่วตัวถังตามความต้องการของคุณ
  • ทำสีรถเฉพาะจุด มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ามากอยู่แล้ว เหมาะกับผู้ที่ต้องซ่อมสีรถเฉพาะจุดเล็ก ๆ ด้วยวิธีการเคาะ ปะ หรือโป๊วสี แต่การซ่อมเฉพาะจุดแบบนี้ต้องเลือกอู่ซ่อมสีที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้จุดที่มีการซ่อมแซมเนียนเป็นสีเดียวกันกับสีตัวถังเดิม

ดังนั้นหากมีความจำเป็นต้องซ่อมทำสีรถเพียงไม่กี่ส่วน ก็ควรเลือกทำเฉพาะจุดไปก่อน เว้นว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีริ้วรอยทั่วทั้งคัน แบบนั้นการเลือกทำสีใหม่ทั้งคันสำหรับคนที่มีงบประมาณ ก็ค่อนข้างเหมาะสมเช่นกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการ และเงื่อนไขการคุ้มครองของประกันอีกทีหนึ่ง

ข้อเสียหากทำสีรถบ่อยเกินไป

แม้ว่าการทำสีรถเพื่อซ่อมแซมอาจเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าหากเราทำสีบ่อยเกินไป อาจทำให้มีข้อเสียตามมาได้ เช่น สีเพี้ยน สีไม่เหมือนเดิม, ทำให้รถของเราราคาตก, บางจุดอาจสีลอกง่ายกว่าปกติ, พื้นผิวสีหลังทำไม่เรียบเนียน และทำสีบ่อยมีผลต่อประกันรถยนต์ด้วย ส่วนรายละเอียดของแต่ละข้อเสียที่จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น สามารถติดตามอ่านได้ดังนี้

  • สีเพี้ยน สีไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะการซ่อมสีจากอู่ทั่วไปที่อาจไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากสีรถเดิมที่มาจากโรงงานประกอบใช้เท่านั้น จึงทำให้อู่ทั่วไปอาจผสมสีได้ไม่เหมือนถึง 100%
  • ทำให้รถของราคาตก เพราะการทำสีรถที่มาจากซ่อมแซม หมายความรถอาจเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน ทำให้เต็นท์รถรับซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาทั่วไปในตลาด หรือถ้าขายเองอาจขายต่อยากขึ้นเช่นกัน
  • บางจุดอาจสีลอกง่ายกว่าปกติ เป็นกรณีเช่นเดียวกันกับการทำสีรถจากอู่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ด้วยสาเหตุจากการใช้สีไม่มีคุณภาพ, อุปกรณ์ไม่ดี หรือช่างขาดความเชี่ยวชาญ
  • พื้นผิวสีหลังทำไม่เรียบเนียน เกิดจากการทำงานที่ไม่ละเอียด, สีเป็นฟองอากาศ หรือมาจากการที่พ่นสีไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายก็ต้องนำรถกลับไปทำสีรถซ่อมใหม่อีกครั้ง
  • ทำสีรถบ่อยมีผลต่อประกันรถยนต์ ถ้าหากการแจ้งเคลมทำสีไม่ทราบถึงคู่กรณี บอกรายละเอียดเหตุการณ์ไม่ได้ ทางผู้เอาประกันภัยอาจต้องมีการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามที่กำหนดเอาไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์

แต่ในเบื้องต้นจะมีการกำหนดเรื่องมาตรฐานการให้บริการทำสีรถยนต์ขั้นพื้นฐาน จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไว้อยู่แล้ว หากอู่หรือศูนย์บริการมีการรับรองอยู่แล้ว จึงไว้วางใจได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

วิธีทำสีรถกับประเภทสีในปัจจุบัน

ทางด้านวิธีทำสีรถนั้นสามารถแยกได้ตามประเภทสีที่สามารถแบ่งได้ประมาณ 3 ประเภทด้วยกัน คือ 1K (1 Komponent), 2K (2 Komponent) และ OEM ซึ่งประเภทของสีจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงวิธีทำสีที่อาจแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมของคุณสมบัติตัวสี อย่างไรก็ตามลองมาอ่านเนื้อหาเกี่ยวข้อมูลของประเภทสีกันสักหน่อยดีกว่า

สีรถ 1K (1 Komponent)

สีรถ 1K (1 Komponent) มีคุณสมบัติที่ประกอบไปด้วยตัวสีเพียงอย่างเดียว เมื่อนำมาใช้ต้องมีการผสมกับตัวทำละลายเพื่อให้เกิดความสะดวกในการพ่นสี พอพ่นไปแล้วตัวทำละลายจะระเหยออกไป เหลือเพียงแต่ตัวสีที่แห้งติดอยู่กับรถหลังทำสีรถเรียบร้อยแล้ว สำหรับสี 1K นั้นมีประเภทย่อยอีก 3 ตัวได้แก่

  • 1K Synthetic Enzymes สีแบบแห้งช้าหรือสีน้ำมัน ซึ่งทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ แล้วสีจะแห้งไปเองตามเวลา
  • 1K Nitrocellulose สีแบบแห้งเร็ว เพราะใช้คู่กับตัวทำละลาย จึงส่งผลให้ตัวสีค่อนข้างแห้งเร็วกว่า
  • 1K Acrylic เป็นอีกแบบของสีแห้งเร็วที่ใช้คู่กับตัวทำละลายเช่นกัน

สีรถ 2K (2 Komponent)

ถัดมาเป็นประเภทสีรถ 2K (2 Komponent) เป็นแบบแห้งช้า ซึ่งจะแตกต่างจากประเภท 1K (1 Komponent) ตรงที่องค์ประกอบเพิ่มเติมเข้ามา คือ สารเร่งปฏิกิริยาที่ต้องผสมให้ลงตัวก่อนทำสีรถ รวมถึงสี 2K ยังค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการทำสีรถใหม่ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมทั่วไป มีประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ ใกล้เคียงกับสีประเภท OEM หรือสีจากโรงงานรถยนต์มากที่สุดนั่นเอง

สีรถ OEM

สุดท้ายสีประเภท OEM หรือที่เรียกกันว่า สีอบ เป็นสีที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ โดยการทำสีรถประเภทนี้จะใช้อุณหภูมิสูงถึง 120-160 องศา เพื่อให้มีคุณภาพเรื่องการติดดีที่สุด สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้นที่เสริมให้การทำสีรถแบบ OEM ดีที่สุด คือ มีความแข็งแรงของชั้นสีที่ดีมากที่สุด, มีความทนทานต่อตัวทำละลาย, ทนทานต่อสารเคมี, ทนทานต่อแสงแดดและสภาพแวดล้อมได้ดี รวมถึงมีความเงาในเนื้อสีที่ยอดเยี่ยมอีกต่างหาก

ทำสีรถราคาเบื้องต้น

ทำสีรถราคาเบื้องต้นจะเริ่มต้นที่ 1,500-5,000 บาท สำหรับการทำสีรถแบบเฉพาะซ่อมเฉพาะจุด อาจมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของทางศูนย์บริการ หรืออู่ซ่อมสีที่เราเข้าไปทำ ส่วนการทำสีรถทั้งคัน เริ่มต้นที่ประมาณ 8,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับการประเมินด้วยเช่นกัน

ปกติทำสีรถกี่วันถึงเสร็จ

ทำสีรถกี่วันถึงเสร็จ คำตอบ คือ โดยปกติแล้วหากทำสีรถแบบซ่อม 2-3 ชิ้นอาจใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์เป็นอย่างต่ำ ส่วนการทำสีรถแบบทั้งคันอาจใช้เวลานาน 3-4 อาทิตย์เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับการติดต่อประสานงานเพื่อจองคิวกับทางผู้ซ่อมสีอีกทีหนึ่ง ว่านานไหมกว่าจะได้คิวเข้าซ่อม

วิธีดูแลรถยนต์หลังทำสีให้เหมือนใหม่

  • หลังจากที่เพิ่งทำสีรถมาใหม่ ควรเลี่ยงการเคลือบสีอย่างน้อย 1-3 เดือน ขึ้นอยู่อุณหภูมิความร้อนในแต่ละช่วงเดือนด้วย เนื่องจากถ้าเราเคลือบในช่วงที่อากาศร้อน ทินเนอร์ที่ซึมลงไปในชั้นสีอาจทำให้เกิดการระเหยขึ้นมา และทำให้ชั้นสีมีปัญหา
  • การล้างทำความสะอาดควรใช้น้ำแรงดันปกติ ถ้าใช้แรงดันสูงเกินไปอาจทำให้เกิดสีลอกหรือร่อนออกมาได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาประมาณ 1-3 เดือนแรกเช่นกัน
  • หากมีคราบฝุ่นหรือคราบโคลนติดอยู่ ควรใช้ผ้าที่มีผิวนุ่ม ชุบน้ำ และเช็ดออกอย่างระมัดระวัง เพราะคราบเหล่านี้ดูดความชื้นได้ง่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชั้นสีรถเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
  • ควรจอดรถในที่ร่ม ไม่ควรจอดตากแดดเป็นเวลานาน เพราะจะยิ่งทำให้สีเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด

ทำสีรถมาเองประกันคุ้มครองหรือไม่

ไม่ว่าเราจะทำสีรถมาเอง หรือเป็นสีรถเดิมอยู่แล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุสามารถเคลมประกันชั้น 1 ได้เลยทันที ซึ่งเฉพาะประกันชั้น 1 นั้นสามารถช่วยให้คุณเคลมการซ่อมสีรถยนต์ได้แบบรอบคัน ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสบายใจในทุกการขับขี่ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน เข้าซอบแคบเพียงใด หรือไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย จนเกิดการเฉี่ยวชนทำให้ตัวรถมีริ้วรอย สามารถส่งซ่อมสีได้แน่นอน และถ้าหากคุณกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 สำหรับการดูแลคุ้มครอง เอเชียไดเร็ค มีข้อเสนอสุดพิเศษที่พร้อมมอบส่วนลดให้คุณสูงสุดถึง 70% หรือผ่อน 0% ได้นาน 10 เดือน ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-089-2000 หรือไลน์แอด @asiadirect ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง

ความคุ้มครองรถประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท

ความคุ้มครองรถผู้ทำประกัน
ประเภทประกันภัย
ชั้น 1
ชั้น 2+
ชั้น 2
ชั้น 3+
ชั้น 3
ชนแบบมีคู่กรณีชนแบบมีคู่กรณี
x
x
ชนแบบไม่มีคู่กรณีชนแบบไม่มีคู่กรณี
x
x
x
x
ภัยจากไฟไหม้ไฟไหม้
x
x
รถหายรถหาย
x
x
ภัยธรรมชาติภัยธรรมชาติ
x
x
ช่วยเหลือ 24 ชม.ช่วยเหลือ 24 ชม.
x
x
x
ซื้อประกันรถยนต์   
คลิก
คลิก
คลิก
คลิก
คลิก
ความคุ้มครองอื่นๆ ครอบคลุมทุกชั้นประกัน
คุ้มครองคู่กรณี และทรัพย์สินคู่กรณี
อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลบุคคลที่สาม
คุ้มครองชิวิตบุคคลที่สาม
คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่
ค่ารักษาพยาบาลตัวผู้ขับขี่
การประกันตัวผู้ขับขี่