อู่ในเครือทิพยประกันภัย

ความคุ้มครองรถประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท

ความคุ้มครองรถผู้ทำประกัน
ประเภทประกันภัย
ชั้น 1
ชั้น 2+
ชั้น 2
ชั้น 3+
ชั้น 3
ชนแบบมีคู่กรณีชนแบบมีคู่กรณี
x
x
ชนแบบไม่มีคู่กรณีชนแบบไม่มีคู่กรณี
x
x
x
x
ภัยจากไฟไหม้ไฟไหม้
x
x
รถหายรถหาย
x
x
ภัยธรรมชาติภัยธรรมชาติ
x
x
ช่วยเหลือ 24 ชม.ช่วยเหลือ 24 ชม.
x
x
x
ซื้อประกันรถยนต์   
คลิก
คลิก
คลิก
คลิก
คลิก
ความคุ้มครองอื่นๆ ครอบคลุมทุกชั้นประกัน
คุ้มครองคู่กรณี และทรัพย์สินคู่กรณี
อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลบุคคลที่สาม
คุ้มครองชิวิตบุคคลที่สาม
คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่
ค่ารักษาพยาบาลตัวผู้ขับขี่
การประกันตัวผู้ขับขี่

คำถามและข้อสงสัยที่พบบ่อย

ช่องทางในการแจ้งเคลมของทิพยประกันภัย มีช่องทางใดบ้าง?

สำหรับการแจ้งเคลมของทิพยประกันภัยนั้นจะมีทั้งหมด 6 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่
 

  • ติดต่อที่เบอร์ 1736 กด 1 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (สำหรับในกรณีที่เกิดเหตุในกรุงเทพฯ จะได้รับบริการรวดเร็วภายใน 25 นาที)
  • ติดต่อผ่านเคาน์เตอร์เคลมที่สำนักงานใหญ่ทุกสาขาทั่วประเทศ ในวันและเวลาทำการ (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08:30-16:30 น.)
  • ติดต่อผ่านระบบออนไลน์ของอู่ในเครือทิพยประกันภัย หรืออู่ในเครือทิพยประกันภัยใกล้ฉัน
  • ติดต่อผ่านทาง LINE Official Account : @Dhipayainsurance
  • ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Tip Flash Claim
  • ติดต่อผ่านทาง Tip tele claim Team
    • นำรถยนต์ไปติดต่อที่บริษัทฯ เพื่อให้ทางบริษัทฯ ออกใบรับรองความเสียหายให้ลูกค้าถือไปเป็นเอกสารในการซ่อมรถที่อู่ในเครือทิพยประกันภัย
    • หรือโทรแจ้งเข้าไปยังบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานที่ดูแลเรื่องการแจ้งเคลมนั้นออกไปพบ และออกใบรับรองความเสียหายให้แก่ลูกค้า เพื่อที่จะถือไปเป็นเอกสารในการซ่อมรถที่อู่ในเครือทิพยประกันภัย
    • หรือโทรแจ้งเข้าไปยังบริษัทฯ เพื่อทำการขอเลขเคลมและขอรายชื่ออู่ในเครือทิพยประกันภัย กรุงเทพ หรืออู่ซ่อมรถใกล้ฉัน

เอกสารที่จะต้องใช้ในการแจ้งเคลมกับทางอู่คู่สัญญาของบริษัทประกันภัยหรือศูนย์บริการ (ห้าง)

  • กรณีรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย
    • ใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม)
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้กับผู้ส่งมอบรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่
       
  • กรณีรถยนต์ของคู่กรณี
    • ใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม)
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้กับผู้ส่งมอบรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาใบอนุญาตขับขี่ของคู่กรณี
    • หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ ในกรณีที่เจ้าของรถมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
    • สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ

สามารถค้นหาอู่ในเครือทิพยประกันภัย หรือศูนย์บริการใกล้ฉันได้จากที่ไหนบ้าง?

ผู้ถือประกันสามารถ ค้นหาอู่ในเครือทิพยประกันภัย ได้จากเว็บไซต์ของทิพยประกันภัย โดยจะมีให้เลือกทั้งศูนย์บริการซ่อมห้าง (SUPERCAR หรือรถยนต์นำเข้า) ศูนย์บริการพิเศษ Tip Flash Claim ศูนย์ซ่อมรถใหญ่ ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน Claim Online ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน Tip Smart Garage ร้านกระจก รถใช้ระหว่างซ่อม หรือบริการรับ-ส่งรถเข้าซ่อม TIP Lady & Senior เป็นต้น

การทำประกันภัยแบบระบุชื่อกับไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ นั้นแตกต่างกันอย่างไร?

สำหรับการทำประกันภัยนั้นก็สามารถที่จะระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ 2 คนเช่นเดียวกัน ซึ่งก็จะมีการคิดเบี้ยประกันจากผู้ขับที่มีอายุความเสี่ยงสูง ส่วนการทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ จะทำให้ได้เบี้ยประกันภัยในราคาที่ถูกกว่าการทำประกันภัยแบบที่ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ โดยจะมีส่วนลดสำหรับการระบุชื่อในการทำประกันภัย ดังนี้

 

  • อายุ 18-24 ปี มีส่วนลด 5%
  • อายุ 25-35 ปี มีส่วนลด 10%
  • อายุ 36-50 ปี มีส่วนลด 15%
  • อายุ 50 ปีขึ้นไป มีส่วนลด 20%

 

ซึ่งประเภทของรถที่จะสามารถทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ได้นั้น ก็จะมีทั้งรถเก๋ง รถจักรยานยนต์ รถนั่ง ที่มีการจดทะเบียนในนามของบุคคล แต่ถ้าหากว่าจดทะเบียนในนามของนิติบุคคลก็จะไม่สามารถทำได้นั่นเอง
 

และถ้าหากว่าเกิดอุบัติเหตุในกรณีที่ผู้ขับขี่นั้นไม่ใช่ผู้ที่ถูกระบุชื่อลงในกรมธรรม์ ก็จะต้องมีการรับผิดชอบค่าเสียหายในกรณีซ่อมรถของผู้ที่เอาประกันจำนวน 6,000 บาทแรก และถ้าหากว่ามีการชดใช้ค่าเสียหายทางทรัพย์สินของคู่กรณี ก็จะต้องมีการรับผิดชอบค่าเสียหายอีกจำนวน 2,000 บาทแรก รวมทั้งหมดเป็นเงิน 8,000 บาท

บริษัททิพยประกันภัยมีส่วนลดอะไรบ้าง?

ทางทิพยประกันภัยได้มีการให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์มากถึง 3 กรณีด้วยกัน ได้แก่

 

  • กรณีที่มีการเอาประกันภัยรถยนต์พร้อมกันตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป โดยจะให้เป็นส่วนลดกลุ่ม และจะต้องอยู่ภายใต้นามสกุลเดียวกันหรือเป็นบริษัทเดียวกันสำหรับลูกค้าที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งทางบริษัทจะมีส่วนลดให้ 10% จากอัตราเบี้ยประกันภัยปกติ
  • กรณีที่ลูกค้ามีกล้องหน้ารถยนต์ ทางบริษัทจะมีส่วนลดให้ 5%
  • กรณีที่ลูกค้าทำการต่ออายุและมีประวัติดี ก็จะมีส่วนลดประวัติดีเพิ่มเติมให้อีกด้วย โดยส่วนลดประวัติดีนั้น ลูกค้าจะได้เพิ่มปีละ 10% และถ้าหากว่าลูกค้าไม่มีประวัติการเคลม หรือว่ามีประวัติการเคลมแต่เป็นฝ่ายถูก ก็จะได้รับส่วนลดสูงสุดคือ 50%

 

และสำหรับในกรณีที่ผู้เอาประกันต้องการต่ออายุในปีถัดไปเลย ทางบริษัทก็จะมีส่วนลดให้เช่นเดียวกัน โดยจะต้องเป็นกรณีที่อยู่ในระหว่างการทำประกัน และไม่เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นเลยหรือว่าเป็นฝ่ายถูกมาตลอด ก็จะได้รับส่วนลดประวัติดี 20-50% ซึ่งถ้ามีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในปีเดียวกัน ทางบริษัทก็จะมีการให้ส่วนลดเบี้ยประกันในปีที่ต่ออายุ ดังนี้

 

  • ลำดับขั้นจากเดิม ในกรณีที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมที่ผู้เอาประกันภัยนั้นไม่ได้เป็นฝ่ายประมาท และสามารถที่จะแจ้งทางฝั่งของคู่กรณีได้
  • ลดลงหนึ่งลำดับขั้นจากเดิม ในกรณีที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมนั้นเกิดจากความประมาทของผู้เอาประกัน หรือแจ้งทางฝั่งคู่กรณีไม่ได้
  • ลดลงสองลำดับขั้นจากเดิม แต่ไม่เกินอัตราปกติ ในกรณีที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมนั้นเกิดจากความประมาทของผู้เอาประกัน หรือแจ้งทางฝั่งคู่กรณีไม่ได้ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป โดยที่มีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย

หากผู้เอาประกันภัยได้มีการขายรถยนต์ให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว แบบนี้จะต้องทำอย่างไร?

อันดับแรกให้ทำการแจ้งยกเลิกกรมธรรม์ก่อน เพื่อขอรับค่าเบี้ยประกันภัยคืนในบางส่วน แล้วหลังจากนั้นจึงค่อยดำเนินการโอนกรมธรรม์ให้แก่ผู้ที่ซื้อรถยนต์ต่อไป โดยทางผู้เอาประกันภัยคนเดิมจะต้องมีเอกสารยินยอมและรับทราบที่จะให้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันภัยเป็นคนใหม่แทน

 

แต่ถ้าหากว่าเป็นกรณีที่ลูกค้าขายรถยนต์คนเดิมไป แล้วมีการซื้อคันใหม่มา โดยจะนำรถยนต์คันใหม่มาแทนคันเก่า แบบนี้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยจะใช้ข้อมูลเลขที่กรมธรรม์และวันสิ้นสุดกรมธรรม์ตามเดิม เพื่อที่จะได้โอนส่วนลดจากรถยนต์คันเดิมมายังรถยนต์คันใหม่ได้นั่นเอง

ข้อควรปฏิบัติในขณะที่กำลังรอเจ้าหน้าที่ประกันเดินทางเข้ามาตรวจสอบยังจุดที่เกิดเหตุ

  • ไม่ควรรีบย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะท่านอาจจะถูกปรักปรำให้เป็นฝ่ายที่เสียเปรียบได้ ดังนั้นถ้าหากว่าเราเป็นฝ่ายถูก หรือไม่แน่ใจว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบเส้นทางหรือไม่ แนะนำว่าไม่ควรรีบย้ายรถออกไปจากจุดเกิดเหตุ ควรรอเจ้าหน้าที่ประกันเดินทางไปถึงก่อนจะดีที่สุด
  • ท่านไม่ควรออกความเห็นใด ๆ จนกว่าเจ้าหน้าที่ประกันจะเดินทางไปถึงยังจุดเกิดเหตุ เพราะอาจจะทำให้เสียรูปคดีและไม่เป็นผลดีต่อท่านได้
  • แนะนำให้จดจำรายละเอียด เก็บรายละเอียด หรือถ่ายภาพที่จำเป็นไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น ป้ายทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อรถยนต์ สีของรถยนต์ เพื่อป้องกันอีกฝ่ายหลบหนีไป อีกทั้งไม่ควรที่จะรับข้อเสนอใด ๆ ที่จะเป็นการยอมความกับทางฝ่ายคู่กรณี เพราะอาจจะไม่คุ้มกับความเสียหายเกิดขึ้นมานั่นเอง
  • แต่ถ้าหากว่ามีคนเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ให้รีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้เคียงโดยทันที
  • เจ้าหน้าที่ประกันของบริษัทจะสามารถช่วยท่านได้แน่นอน หากท่านทำตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น
  • หรือถ้าหากว่าเกิดปัญหาขัดข้องขึ้นมา หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็สามารถที่จะโทรสอบถามกับทางบริษัทได้ที่เบอร์ 1736 กด 1 ตลอด 24 ชั่วโมง

ระยะเวลาในการพิจารณาและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนใช้ระยะเวลานานเท่าใด?

  • ระยะเวลาในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน
    บริษัทจะใช้ระยะเวลาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ที่ทางบริษัทได้รับเอกสารจากผู้เอาประกันครบถ้วนแล้ว และจะมีระยะเวลาในการพิจารณาค่าเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิ พ.ร.บ. ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่ที่ทางบริษัทได้รับเอกสารจากผู้เอาประกันครบถ้วนแล้ว
     
  • ระยะเวลาในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
    บริษัทจะใช้ระยะเวลาในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการตกลงยุติและทางบริษัทได้รับเอกสารจากผู้เอาประกันครบถ้วนแล้ว อีกทั้งจะมีระยะเวลาในการชดใช้จ่ายค่าสินไหมสำหรับความเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นตามสิทธิ พ.ร.บ. ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการตกลงยุติและทางบริษัทได้รับเอกสารจากผู้เอาประกันครบถ้วนแล้ว