ประกันรถยนต์ชั้น 1
คุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี

ราคาเริ่มต้นเพียง 7,100 บาท
ประหยัดสูงสุดถึง 70%

ประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก Asia Direct Broker

รถเก่าดูแลอย่างไรให้มีอายุยืนยาว และควรเลือกทำประกันชั้นไหนเสริมถึงจะเหมาะสมที่สุด

คำว่ารถเก่าในที่นี้อาจหมายถึงรถที่มีอายุการใช้งานยาวนาน หรืออาจหมายถึงรถคลาสสิกที่มีความเก๋า และยังได้รับความนิยมในยุคสมัยใหม่อยู่ด้วย แต่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นเก่าประเภทใดก็ตาม ต้องมีการดูแลที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราสามารถใช้งานรถคันนั้นได้แบบที่มีประสิทธิภาพตามปกติให้ได้นานที่สุด โดยเฉพาะเหล่ารถบ้านที่เป็นรถเก่า ถูกใช้งานมายาวนานจนมีอายุมากตั้งแต่ 5-15 ปี ควรได้รับการดูแลที่สม่ำเสมอตลอด และถ้ารถเก่าคันนั้นยังได้ออกไปวิ่งบนท้องถนนเป็นประจำ การพิจารณาเลือกทำประกันเสริมเอาไว้ให้ช่วยดูแลคุ้มครอง ย่อมเป็นอะไรที่สำคัญมากแน่นอน ส่วนจะดูแลอย่างไร จะเลือกประกันแบบไหนดี เดี๋ยวลองอ่านข้อมูลที่ เอเชียไดเร็ค เตรียมมาแชร์ต่อกันได้เลย

8 ข้อการดูแลรถเก่าที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

วิธีการดูแลรถเก่านั้นโดยพื้นฐานที่เราทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง จะมีทั้งหมด 8 วิธีด้วยกัน คือ การตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ, สังเกตการทำงานเครื่องยนต์, เติมลมยางอย่างเหมาะสมตลอด, เปลี่ยนหัวเทียน, เช็กสภาพแบตเตอรี่, ไม่ควรจอดรถตากแดด, ล้างรถหรือเคลือบสีบ้าง และให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนของเหลวภายในระบบ ส่วนวิธีการดูแลเพิ่มเติมนั้นจะมีดังนี้

1. การตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเราสามารถนำรถเก่าเข้าศูนย์บริการของรุ่นรถได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเช็กตามระยะเวลาที่เราบันทึกเอง หรือตามที่ช่างแนะนำก็ได้เช่นกัน หรือจะเลือกดูแลเฉพาะส่วนตามความเหมาะสมที่อู่ซ่อมรถที่ไว้ใจได้เหมือนกัน

2. สังเกตการทำงานเครื่องยนต์

หากวันไหนที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วรู้สึกว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยเฉพาะการสัมผัสที่เราได้รับหลังพวงมาลัย หรือจะเป็นเรื่องเสียการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ผิดแปลกไปจากเดิม รวมถึงจังหวะการติดของเครื่องยนต์ด้วยเช่นกัน ถ้ามีความผิดปกติที่สังเกตได้ชัดเจนขึ้นเมื่อไหร่ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ใกล้บ้าน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอย่างเร่งด่วน

3. เติมลมยางอย่างเหมาะสมตลอด

เติมลมยางอย่างเหมาะสมตลอด เพราะถ้าเราปล่อยให้ลมยางอ่อนตลอดเวลา อาจทำให้เกิดความเสียหายกับตัวยางขึ้นก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะลามไปเกิดปัญหาที่เครื่องยนต์ต่อ เนื่องจากเครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลการดูแลเรื่องลมยางหรือแรงดันลมยางจากสมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ไทย

4. เปลี่ยนหัวเทียนตามอายุการใช้งาน

เปลี่ยนหัวเทียน ถ้าปล่อยให้หัวเทียนบอด เสื่อมสภาพ อาจทำให้สตาร์ทรถไม่ติด โดยเฉพาะในรถเก่าควรได้รับการดูแลเรื่องหัวเทียนเป็นอย่างดี เพื่อเสริมให้การทำงานของเครื่องยนต์ยังคงประสิทธิภาพให้ดีมากที่สุดไว้ได้

5. เช็กสภาพแบตเตอรี่

เช็กสภาพแบตเตอรี่ โดยปกติแล้วแบตเตอรี่รถยนต์จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 2 ปี และอาจกมากหรือน้อยกว่านี้ตามคุณภาพกับการใช้งานของแต่ละคน กรณีที่รถเก่าเริ่มสตาร์ทไม่ติด ต้องมีการพ่วงแบตถี่ขึ้น แปลว่าถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วนั่นเอง

6. ไม่จอดรถตากแดดหากไม่ใช่กรณีจำเป็น

ไม่ควรจอดตากแดด นอกจากจะมีผลกระทบเรื่องสีบนตัวถังรถยนต์ ยังอาจทำให้อุปกรณ์ภายในเกิดอาการเสื่อมสภาพไปตามอายุของรถเก่าได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

7. ล้างรถหรือเคลือบสีบ้างในบางโอกาส

ล้างรถหรือเคลือบสีบ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นำรถออกใช้งานที่ไหน หากเราปล่อยให้ฝุ่นเกาะ และเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก ยิ่งอาจทำให้รถเก่าโทรมเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว การนำไปล้างทำความสะอาดจะช่วยให้รถเราคงสภาพภายนอกและภายในที่ดีที่สุดไว้ได้ และการเคลือบสีในบางครั้งก็ยังช่วยเสริมให้รถเก่าดูดีได้นานขึ้นด้วยเช่นกัน

8. อย่าลืมให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนของเหลวในระบบรถยนต์

ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนของเหลวในระบบ ทั้งน้ำมันเกียร์ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย น้ำยาหล่อเย็น และอื่น ๆ อีกหลายรายการ ที่ควรได้รับการเปลี่ยนเมื่อถึงอายุที่กำหนด เนื่องจากของเหลวแต่ละตัวต่างมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไปในระบบรถยนต์ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป จะส่งผลให้การทำงานในรถยนต์ไม่เป็นไปตามปกติหรือเสียหายได้ง่าย

เห็นภาพรวมแบบนี้คงเข้าใจได้มากขึ้นแล้วว่าการดูแลรถเก่าด้วยตัวเอง ที่ทำตามได้ไม่ยากถือเป็นสิ่งสำคัญในขั้นพื้นฐานที่เราควรทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นรถเก่าของเราอาจเสื่อมโทรม เสื่อมประสิทธิภาพในการขับขี่อย่างรวดเร็ว หรือถ้าอาการหนักจากการไม่ดูแลรถเก่าเป็นระยะเวลานาน ก็อาจเป็นความเสียหายที่ต้องเกิดการซ่อมแซมแบบชุดใหญ่ ทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยสิ้นเปลืองจำนวนมาก ฉะนั้นการพยายามดูแลพื้นฐานให้ดีที่สุดก่อน นับเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมากสำหรับเจ้าของรถเก่าทุกคน

แนะนำประกันสำหรับรถเก่า

นอกเหนือจากการดูแลรถเก่าด้วยตัวเองแล้ว หากยังได้รับการใช้งานไม่ว่าจะบ่อย หรือเป็นบางครั้ง การพิจารณาเลือกทำประกันเสริมเอาไว้ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรขาดเช่นกัน ทั้งนี้การทำประกันรถเก่าสามารถทำได้ตั้งแต่ประกันชั้น 3 มาจนถึงชั้น 1 เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ต้องมีการพิจารณาเรื่องประวัติการขับขี่ และเงื่อนไขของประกันอีกทีหนึ่งด้วย ซึ่งรายละเอียดความเหมาะสมของประกันรถยนต์กับรถเก่าทั้งหมด สามารถติดตามอ่านได้จากหัวข้อย่อยดังต่อไปนี้

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1
    รถเก่าสามารถประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ เพียงแต่ต้องมีการสอบถามเงื่อนไขพื้นฐานกับทางบริษัทประกันที่เราสนใจอีกหนึ่งก่อน ว่าพร้อมให้รถเก่าทำประกันชั้น 1 โดยที่รถอายุไม่เกินกี่ปี ในปัจจุบันบางบริษัทสามารถทำประกันชั้น 1 ให้รถเก่าได้ตั้งแต่อายุไม่เกิน 10 ปีไปจนถึง 15 ปีก็มีให้บริการเช่นกัน ซึ่งประกันชั้นนี้อาจเหมาะกับรถเก่าที่ค่อนข้างมีราคา หรือยังมีการใช้งานเป็นประจำอยู่ และมีความต้องการคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด ประกันรถยนต์ชั้น 1 ยังพร้อมตอบโจทย์ครบถ้วนแน่นอน
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+
    ถัดมาเป็นการเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้รถเก่าที่ยังได้รับการใช้งานบ่อยครั้งเช่นกัน เพียงแต่ผู้ขับขี่มีความชำนาญ ความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี เนื่องจากชั้น 2+ นี้จะไม่สามารถเคลมกรณีเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีได้นั่นเอง แต่ยังคุ้มครองในส่วนของอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบก, คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติ, ไฟไหม้รถ และยังมีค่าเบี้ยประกันที่ราคาค่อนข้างต่ำกว่าประกันชั้น 1 ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+
    การเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะสมกับรถเก่าที่มีอายุเกินกว่า 15 ปีที่ยังคุ้มครองได้ค่อนข้างครอบคลุม มีเบี้ยประกันที่ค่อนข้างถูก รถเก่าคันไหนที่ไม่ค่อยได้วิ่งนอกบ้านบ่อยครั้ง แต่ยังต้องการให้ประกันคุ้มครองการซ่อมแซมความเสียหายทั้งรถของตน และคู่กรณี ประกันชั้นนี้จะค่อนข้างตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3
    สุดท้ายการเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 3 จะเหมาะทำให้กับรถเก่าที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่ยังพร้อมคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุทางประกันรถยนต์จะช่วยเหลือดูแลค่าซ่อมคู่กรณีให้ แต่รถของผู้เอาประกันต้องทำการซ่อมเอง ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาล หรือดูแลคุ้มครองเรื่องทรัพย์สินก็ยังมีอยู่ แถมค่าเบี้ยประกันถูกที่สุดในหมวดหมู่ประกันรถยนต์ทุกชั้นเลยก็ว่าได้

บ้านไหนที่มีรถเก่าอายุ 10-15 ปีแล้วยังใช้งานอยู่นั้นแนะนำว่าอย่างน้อย ควรพิจารณาเลือกทำประกันชั้น 3+ หรือชั้น 3 แบบธรรมดาติดเอาไว้ เผื่อรองรับเรื่องไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อที่เราจะได้มีประกันคอยช่วยเหลือดูแลอย่างรอบด้าน ดีกว่าการขับขี่ออกไปแบบที่ไม่มีประกันรถยนต์ชั้นไหนคุ้มครองเลย หรือถ้าเป็นกรณีที่เกิดความเสียหายและต้องการช่วยเหลือฉุกเฉิน บางบริษัทประกันจะพร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เช่น การเติมน้ำมันฉุกเฉิน หรือรถลากจูง เป็นต้น หากสนใจเลือกประกันรถยนต์ให้กับรถเก่าแสนรัก สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามรับคำปรึกษาจาก เอเชียไดเร็ค ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์โทรศัพท์ 02-089-2000 หรือไลน์แอด @asiadirect

ความคุ้มครองรถประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท

ความคุ้มครองรถผู้ทำประกัน
ประเภทประกันภัย
ชั้น 1
ชั้น 2+
ชั้น 2
ชั้น 3+
ชั้น 3
ชนแบบมีคู่กรณีชนแบบมีคู่กรณี
x
x
ชนแบบไม่มีคู่กรณีชนแบบไม่มีคู่กรณี
x
x
x
x
ภัยจากไฟไหม้ไฟไหม้
x
x
รถหายรถหาย
x
x
ภัยธรรมชาติภัยธรรมชาติ
x
x
ช่วยเหลือ 24 ชม.ช่วยเหลือ 24 ชม.
x
x
x
ซื้อประกันรถยนต์   
คลิก
คลิก
คลิก
คลิก
คลิก
ความคุ้มครองอื่นๆ ครอบคลุมทุกชั้นประกัน
คุ้มครองคู่กรณี และทรัพย์สินคู่กรณี
อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลบุคคลที่สาม
คุ้มครองชิวิตบุคคลที่สาม
คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่
ค่ารักษาพยาบาลตัวผู้ขับขี่
การประกันตัวผู้ขับขี่